บรื๋อ! ยิ่งกว่าไส้เดือน งูหลามยักษ์ซุกโกดังร้างฟักไข่ 60 ฟอง

งูหลามยักษ์กว่า 3 ม. ซุกโกดังร้าง ฟักไข่ 60 ฟอง ชาวบ้านขนลุกหลังได้ยินเสียงขลุกขลุกอยู่ข้างสุ่มไก่ จึงใช้มือคลำดู ก่อนแจ้งกู้ภัยมาจับรายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.กำแพงเพชร ได้เกิดเหตุสยองชวนขนลุกขึ้น เมื่อมีชาวบ้านรายหนึ่งพบงูหลามนอนกกไข่ 60 ฟองอยู่ในโกดังร้างติดกับบ้านพักของเขา ในพื้นที่หมู่ 10 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร


โดยจากการสอบถามนายประทีป เกศาพร อายุ 65 ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุเขาได้เดินไปดูไก่ชนที่ขังไว้ในสุ่มใกล้กับโกดังร้าง เมื่อไปถึงก็ได้ยินเสียงขลุกขลุกอยู่ข้างสังกะสีที่ถูกล้อมเป็นฝาโกดังร้าง ด้วยความสงสัยจึงแง้มสังกะสีดูแต่ไม่เห็นเพราะข้างในมืด จึงลองใช้มือคลำดูก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าสิ้งที่สัมผัสพบมีลักษณะขนาดใหญ่นิ่มๆ คิดว่าเป็นงู จึงได้แจ้งกู้ภัยมาตรวจสอบเมื่อกู้ภัยมาถึงก็ได้พากันรื้อสังกะสีออก ก่อนจะพบว่ามีงูหลามขนาดใหญ่นอนขดตัวฟักไข่ขนาดใหญ่จำนวนมากนับได้มีประมาณ 60 ฟอง โดยเป็นไข่ที่ยังไม่ฟักตัว 25 ฟอง และไข่ที่ฟักตัวออกไปแล้ว 35 ฟอง

พร้อมกันนี้กู้ภัยพยายามจับงูตัวดังกล่าว แต่มันได้เลื้อยลงรูหลบไปอยู่ในห้องใต้ดินของโกดัง กู้ภัยจึงได้ใช้อุปกรณ์บ่วงเชือกคล้องคอแม่งูจับออกมาได้ในที่สุดทั้งนี้จากการวัดขนาดพบว่ามีขนาดความยาวถึง 3 เมตร 20 เซนติเมตร เบื้องต้นทางกู้ภัยได้นำแม่งูหลามพร้อมไข่ทั้งหมดใส่กระสอบ ก่อนนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

พ.ต.ท.สันธนะ กลับลำ ไม่ยื่นหลักฐานทุจริตให้นายกฯ

พ.ต.ท.สันธนะ บุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหลักฐานทุจริตของผู้ใหญ่ในรัฐบาล ก่อนกลับลำ อ้างเจ้าหน้าที่ไม่ยอมส่งคน และรถ ไปเอาหลักฐานกับตัวเองโดยวานนี้ (9 พ.ค.61) พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ ดอนเมือง เดินทางเข้ายื่นหลักฐานการทุจริตของบุคคลในรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตำหนิ และท้าให้เปิดเผยเรื่องทุจริตดังกล่าว

ซึ่งในตอนแรก พ.ต.ท.สันธนะ ระบุว่า ว่า หากไม่มีตัวแทนนายกฯ มารับเอกสาร ก็จะไม่มอบหลักฐาน และอ้างว่า ไม่กล้าลงจากรถเพราะเกรงไม่ปลอดภัยต่อมา เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน ได้พา พ.ต.ท.สันธนะ ไปพูดคุยที่ศูนย์บริการประชาชน โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที ซึ่ง พ.ต.ท.สันธนะ ได้ยื่นข้อเสนอ ขอนายทหาร 2 นาย และรถ 1 คัน เพื่อพาไปเอาเอกสารทุจริตดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ตามคำขอ พ.ต.ท.สันธนะ จึงเดินทางกลับ

ด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.สันธนะ ว่า ยังไม่พบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขคำสั่ง คสช.ที่ 13 พร้อมยืนยัน ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวขณะที่การตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอางผิดกฎหมาย ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า หลังเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ “ลีน” จากในโรงงานผลิตที่จังหวัดปทุมธานี ส่งตรวจกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขปรากฏว่าพบสารอันตราย “ไซบูทรามีน” เหมือนตัวอย่างจากแหล่งจำหน่ายที่ชลบุรี และพบมีการใส่ยาตัวอื่นๆ ร่วมด้วย จึงเตรียมเอาผิดฐานเข้าข่ายผลิตยาปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท

เริ่มแล้ววันนี้ กทม. ตั้งกล้องเลนส์เชนจ์ 15 จุด ตรวจจับเส้นทึบ-เบียดแซง

เริ่มแล้ววันนี้ กทม. ตั้งกล้องเลนส์เชนจ์ 15 จุด ตรวจจับเส้นทึบ-เบียดแซงมนุษย์ปาดระวังไว้ให้ดี เริ่มแล้ววันนี้ ติดตั้งกล้องเลนส์เชนจ์ 15 จุด ตรวจจับเส้นทึบ-เบียดแซงวันนี้(9 พ.ค.) เฟซบุ๊กเพจ

สถานีจราจรเพื่อสังคม FM99.5 โพสต์ภาพพร้อมข้อความแจ้งเตือนประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ระบุว่า เริ่มวันนี้นะ…มนุษย์ปาด-เบียด ทั้งหลายกล้องตรวจจับเลนส์เชนจ์ ทั้ง 15 จุดไม่ว่าจะเป็นเส้นทึบ

ลงอุโมงค์ ขึ้นสะพาน จะมีใบสั่งถึงบ้านทันที จากการทดลองใช้มาซักระยะ รู้หรือไม่ว่า มีผู้กระทำความผิด 2 แสนรายครับทั้งนี้ 15 จุดที่มีกล้องเลนส์เชนจ์ มีดังนี้

1. สะพานข้ามแยกบางเขน ถนนงามวงศ์วาน ขาออก
2. สะพานข้ามแยกศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก
3. ทางลอดแยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า
4. สะพานข้ามแยกบรมราชชนนี ถนนบรมราชชนนี ขาออก
5. สะพานข้ามแยกวงเวียนบางเขน ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า
6. สะพานข้ามแยกราชเทวี ถนนเพชรบุรี ขาออก
7. แยกสามเหลี่ยมดินแดง ถนนดินแดง ขาเข้า
8. สะพานข้ามแยกประชานุกูล ถนนรัชดาภิเษก ขาออก
9. สะพานศิริราชด้านถนนอรุณอมรินทร์ ถนนอรุณอมรินทร์ ขาออก
10. แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว ขาออก
11. แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว ขาเข้า
12. สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง ถนนรัชดาภิเษก ขาออก
13. สะพานข้ามแยกพระราม 4 ถนนรัชดาภิเษก ขาออก
14. สะพานพระพุทธยอดฟ้า ถนนประชาธิปก ขาเข้า
15. สะพานข้ามแยกกำนันแม้น ถนนกัลปพฤกษ์ ขาออก

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดนิทรรศการ ‘ฉันรักดอยสุเทพ’ สื่อเรื่องราวการต่อสู้ พร้อมเดินหน้าตั้งคณะทำงานหาช่องทางรื้อ บ้านพักตุลาการ

ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมนิทรรศการ “ฉันรักดอยสุเทพ” ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ บริเวณสี่แยกกลางเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงค่ำวันนี้ ( 6 พฤษภาคม) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ จากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่โดยรอบบริเวณพื้นที่ภายในงานมีการแสดงดนตรีจากศิลปินล้านนาผู้รักดอยสุเทพ มาร่วมร้องขับขานบทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความรักความศรัทธาต่อดอยสุเทพ และทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะบทเพลงที่ร่วมกันแต่งขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และเรียกร้องให้มีการรื้อบ้านพักข้าราชการตุลาการที่สร้างอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ

ิืิ

โดยนิทรรศการ “ดอยสุเทพที่ฉันรัก” บอกรักดอยสุเทพผ่านภาพและเรื่องราวของแต่ละยุคสมัย ทั้งเรื่องราวความเชื่อความศรัทธาและความหลากหลายทางธรรมชาติ โดยมีนักศึกษาด้านศิลปะจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งศิลปินชาวเชียงใหม่ ร่วมวาดภาพทั้งสีน้ำมันและสีน้ำเกี่ยวกับดอยสุเทพจัดแสดงภายในบริเวณงานนายชัชวาล ทองดีเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนสืบสานล้านนา เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า นิทรรศการและกิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่การฉลองความสำเร็จของเครือข่ายฯ หลังมีบทสรุปจากการหารือร่วมกันระหว่างนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวแทนเครือข่ายฯ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 พฤษภาคม)

ที่จะไม่ให้ใครเข้าไปอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ใดในสิ่งปลูกสร้าง ทั้งบ้านพัก 45 หลัง และ อาคารชุดอีก 9 หลัง ให้กรมธนารักษ์เข้าไปรังวัดแบ่งเขตพื้นที่ตามแนวเขตป่าดั้งเดิม เร่งฟื้นฟูป่าให้กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ และตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างนิทรรศการที่มีขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่เครือข่ายฯทำอยู่แล้ว เพื่อให้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องทำให้คนเข้าใจว่าดอยสุเทพสำคัญอย่างไร มีการต่อสู้เพื่อรักษาดอยสุเทพกันมายาวนานแค่ไหน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับรู้รับทราบส่วนคณะทำงานที่จะแต่งตั้งขึ้นจะต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐและภาคประชาชน ขณะเดียวกันคณะกรรมการชุดนี้จะต้องมีอำนาจเต็มในการจัดการ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างรวมทั้งการฟื้นฟูให้ดอยสุเทพกลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม ซึ่งเครือข่ายฯยืนยันแนวทางเดิม คือ จะต้องรื้ออย่างเดียว แต่ภาครัฐระบุว่ายังติดขัดข้อกฎหมายจึงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาไม่ให้มีปัญหาฟ้องร้องกันภายหลัง

โดย ช่วงบ่ายวันนี้ (7 พ.ค.) จะมีการจัดประชุมหารือเพื่อวางโรดแมปร่วมกัน ขณะที่เครือข่ายฯได้ย้ำกับรัฐมนตรีว่า ขั้นตอนต่างๆจะต้องดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้การแก้ไขปัญหาสำเร็จลุล่วง ซึ่งเครือข่ายฯไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว แต่ได้เปลี่ยนโหมดจากริบบิ้นเขียวเป็นโหมดฟื้นฟู เพื่อติดตามข้อตกลงกับภาครัฐและหากมีการบิดพลิ้วก็สามารถกลับมาเป็นโหมดไฟต์ติ้งได้อีกขณะที่กระบวนการของภาคประชาชนเองก็จะมีแผนที่จะร่างแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูดอยสุเทพของภาคประชาชน เพื่อประกบแผนงานของภาครัฐและผลักดันการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง

กสร. เตือนกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างทำงานเวลาเดียวกันตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ต้องจัดสวัสดิการห้องพยาบาล พร้อมจัดแพทย์และพยาบาลดูแล

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ แก่ลูกจ้าง เช่น การจัดให้มีน้ำดื่มสะอาด ห้องน้ำ ห้องส้วม สิ่งจำเป็นในการปฐมพยาบาล เป็นต้น

สำหรับ สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างจำนวนมาก เช่น มีลูกจ้างทำงานในเวลาเดียวกันตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีห้องพยาบาลและพยาบาลไว้ประจำอย่างน้อยหนึ่งคนตลอดเวลาทำงาน รวมทั้งต้องจัดแพทย์อย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อตรวจรักษาลูกจ้างไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง https://sbobetgoals.com และเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมงในเวลาทำงาน

สำหรับสถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานในเวลาเดียวกันตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป จะต้องจัดให้มีห้องพยาบาลและพยาบาลอย่างน้อยสองคนประจำตลอดเวลาทำงาน และต้องจัดให้มีแพทย์เพื่อตรวจรักษาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่า สัปดาห์ละ 12 ชั่วโมงในเวลาทำงาน รวมทั้งจัดเตรียมยานพาหนะพร้อมที่จะนำลูกจ้างส่งสถานพยาบาลได้

อธิบดีกสร. กล่าวต่อว่า ในกรณีที่ไม่สะดวกในการจัดแพทย์ประจำ นายจ้างสามารถทำความตกลงกับสถานพยาบาลที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง และเป็นสถานพยาบาลที่นายจ้างสามารถนำลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาลได้โดยสะดวกและรวดเร็ว แทนการจัดให้มีแพทย์มาตรวจรักษาได้ทั้งนี้ต้องได้รับการอนุญาต จากกสร.ก่อน สำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะมีความผิด โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

วรกร จาติกวณิช ภรรยา กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง เคลื่อนไหวแล้ว หลังลูกชายถูกจับครอบครองโคเคน ลั่น ผิดจริงก็ต้องรับโทษไปตามกฎหมาย

วรกร จาติกวณิช ภรรยา กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง เคลื่อนไหวแล้ว หลังลูกชายถูกจับครอบครองโคเคน ลั่น ผิดจริงก็ต้องรับโทษไปตามกฎหมายจากกรณีที่ นายพันธิตร มหาเปารยะ หรือ ติ๊งค์ ลูกเลี้ยงของ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ถูกจับกุมตัวฐานครอบครองโคเคน ขณะโดยสารแท็กซี่ผ่านด่านตรวจย่าน ถ.รัชดาภิเษก ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น


เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (3 พ.ค. 2561) นางวรกร จาติกวณิช ภรรยาของนายกรณ์ แม่ของนายพันธิตร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ส่งข้อความมาให้กำลังใจนะคะ ที่รู้ว่าเรื่องอะไรก็เพราะคนบอกให้เข้มแข็งนี่แหละ ได้อ่านข่าวจากมติชนออนไลน์ (ท่าจะรีบเขียนมาก เขียนผิดๆถูกๆ) บอกว่า ลูกถูกจับตั้งแต่ตี 4 กว่าจะเอาข่าวมาลงได้ก็ตอนทุ่มครึ่ง

แม่ได้อ่านตอนสองทุ่มครึ่ง(เพราะมีคนส่งมาให้ดู พร้อมวิจารณ์ว่าเขียนข่าวได้แปลกมาก เหมือนคนเมายาเขียน) ลูกก็ไม่เห็นติดต่อมาว่ายังไงเลย อาจจะกลัวแม่มากกว่าตำรวจก็ไม่รู้ ถ้าลูกทำผิดจริงก็ต้องรับโทษไปตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ นางวรกร ได้มีการเผยต่อว่า พี่แต๊งไปเยี่ยมแล้ว เพิ่งส่งข่าวมาว่า ตอนนี้ทั้ง ส.น. มีน้องถูกขังอยู่คนเดียว ซื้อยากันยุงกับบะหมี่เป็ดให้น้อง แล้วบอกน้องถามว่า แม่รู้เรื่องหรือยัง

กรมอุทยานฯ เผยมูลค่า เสือดำ-ไก่ฟ้า’ สูงกว่า 3ล. จ่อเอาผิดคดีแพ่งเปรมชัย

   หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ เผยมติคณะกรรมการกรมอุทยานฯประเมินราคาทางแพ่ง เสือดำ-ไก่ฟ้า มากกว่า 3 ล้านบาท คาดผลที่ประชุมถึงมือ “ศรีวราห์” วันนี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีมูลค่าเสียหายทางแพ่งในคดีนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า ภายหลังที่พนักงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561

   ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติม คือ ความเสียหายทางทรัพยากร ในขณะมีผู้เข้าไปล่าสัตว์มีผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้หรือไม่ หากมีให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงสั่งให้มีการตั้งชุดคณะทำงานขึ้นมา ประกอบด้วย รองอธิบดีกรมอุทยานฯ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ทีมกฏหมาย ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ สำนักวิจัย และทีมระบบนิเวศน์ ฯลฯโดยมีการประชุมคำนวณราคาความเสียหายและมีมติไปเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น มากกว่า 3 ล้านบาท และผลมติในที่ประชุมคาดว่าจะถึง พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในวันนี้ (26 มี.ค.61)

   นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ในการดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งการคำนวณมูลค่าความเสียหายที่เกิดกับเสือดำและไก่ฟ้า ตนเองได้สั่งให้มีการหาข้อมูลตั้งแต่หลังเกิดเหตุ โดยนำเอาผลวิจัยทางวิชาการ ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงไปจนถึงการปล่อยสู่ป่าธรรมชาติ รวมถึงความน่าจะเป็นในการตกลูกของช่วงอายุสัตว์ด้วย ซึ่งหากทางพนักงานอัยการ เห็นพ้องตามข้อมูลที่เสนอ หลักการคำนวณนี้จะถือเป็นบรรทัดฐานในการหามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า

นักกอล์ฟโดนไล่ตะเพิดพ้นสนามไดร์ฟ ตร.ช่วยเจรจา

   นักกอล์ฟถูกโปรตะเพิดพ้นสนามไดร์ฟชื่อดัง ย่านแสนภูดาษ ต่างฝ่ายต่างเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยจนยอมแยกย้ายจากกันไป เหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวที่เคยเป็นนายจ้างและลูกจ้างระหว่างกันมาก่อน

   เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (24 มี.ค.) นายอภิมุข อายุ 22 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ ธนพศุตม์กุล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากถูก นายบรรจง อายุ 58 ปี โปรกอล์ฟ ผู้ดูแลสนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.แสนภูดาษ ใกล้เคียงกับโรงพัก สภ.แสนภูดาษ ไล่ออกมาจากสนามไดร์ฟกอล์ฟดังกล่าวต่อหน้าเพื่อนนักกอล์ฟจำนวนมาก ขณะที่กำลังเข้ามาใช้บริการนายอภิมุข กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานอยู่ภายในสนามกอล์ฟแห่งนี้มาก่อน แต่ได้ลาออกมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว เพราะได้งานที่ใหม่ โดยในวันนี้ตนได้เดินทางเข้ามาเพื่อไดร์ฟกอล์ฟ ซ้อมวงสวิง เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าแข่งขันในรายการที่จะมีการจัดขึ้นในท้องถิ่น วันที่ 9 เมษายนนี้แต่ในระหว่างที่นั่งพูดคุยอยู่กับเพื่อนในสนาม ได้ถูก นายบรรจง ซึ่งเป็นโปรกอล์ฟที่ดูแลสนามแห่งนี้เข้ามาไล่ให้ออกไปจากสนามต่อหน้านักกอล์ฟคนอื่นๆ ที่กำลังเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ตนเองนั้นได้เข้ามาใช้บริการแบบลูกค้าทั่วไปและจ่ายเงินค่าใช้บริการเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆ ทั่วไป ตนจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมกับตนจึงอยากเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ในฐานะผู้บริโภค

   ขณะเดียวกัน ในเวลาต่อมา นายบรรจง ผู้ดูแลสนามไดร์ฟกอล์ฟดังกล่าวนั้น ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน โดยกล่าวหาว่า นายอภิมุข พูดจาข่มขู่ตนเองในลักษณะท้าทายให้มาเจอกันที่หน้าสนามกอล์ฟดังกล่าวนายบรรจง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเชิญ นายอภิมุข ออกไปจากสนามนั้น เนื่องจากนายอภิมุข ได้เข้ามานั่งดื่มเบียร์และชักชวนลูกน้องตนนั่งดื่มด้วย ในขณะที่ยังทำงานพร้อมพูดคุยส่งเสียงดัง อีกทั้งยังนั่งด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพด้วยการนำเท้าขึ้นมาพาดอยู่บนขอบโต๊ะในสนามไดร์ฟ ท่ามกลางสายตาของลูกค้ารายอื่นๆ ตนจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เหมาะสมจึงได้ให้พนักงานในสนามเข้าไปเชิญตัวออกไปจากสนามร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ กล่าวว่า จากการพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยสอบถามกันแล้ว กรณีนี้สามารถตกลงกันได้ โดยเหตุที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีการใช้กำลังในการทำร้ายร่างกายกัน และยังเคยเป็นนายจ้างลูกจ้างกันมาก่อน ซึ่งเคยมีปัญหาส่วนตัวกันมาอยู่บ้างหลังจากที่ทำการพูดคุยกันแล้ว นายอภิมุข ได้รับปากว่าจะไม่กลับเข้ามายังที่สนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งนี้อีก พร้อมกับขอเงินค่าใช้บริการที่จ่ายไป โดยที่ยังไม่ได้ตีลูกกอล์ฟคืน ส่วนนายบรรจงนั้นก็ได้ยินยอมที่จะคืนเงินให้แก่นายอภิมุข ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากตกลงกันได้จึงได้ให้ทั้งสองฝ่ายทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไป

ตำรวจ สน.โชคชัย รวบโจอี้ บาซู เสพไอซ์ คาแมนชั่นย่านลาดพร้าว ยึดอุปกรณ์เสพ คุมฝากขังเที่ยงวันนี้

   ตำรวจ สน.โชคชัย รวบ โจอี้ บาซู เสพไอซ์คาแมนชั่นย่านลาดพร้าวยึดอุปกรณ์เสพ-คุมฝากขังเที่ยงวันนี้ พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้ร่วมกันจับกุมนายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต อายุ 49 ปี หรือ “โจอี้ บาซู” นักร้องสมาชิกวง “บาซู” พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดชนิดไอซ์ ถุงพาสติกใสใช้บรรจุยาเสพติด และไฟแชค 1 อัน โดยจับกุมได้ภายในห้องพัก แมนชั่น ซอยนาคนิวาส 37 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพ

   สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่ห้องพักดังกล่าว มีดารานักร้องมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อเปิดเข้าไปภายในห้องพักพบ นายศุรเฎฒฌ์ หรือโจอี้ บาซู กำลังนอนอยู่บนที่นอน ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจถึงกับหน้าซีดเผือด จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์การเสพติดอยู่บนที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ใช้แต่งเพลง จึงควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมกับตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย

   เบื้องต้น ผลจากการตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปตรวจที่ รพ.นพรัตราชธานี เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง ปรากฎว่า มีสารเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีนในร่างกาย โดยนายศุรเฎฒฌ์ ไม่ยินยอมเข้ารับการบำบัดตามประกาศตามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสชเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในวันนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญารัชดา ในเวลา 12.00 น.

ชาวขอนแก่น โวย รพ.ดังผ่าตัดทำคลอดลูกสาวเสียชีวิต ขณะผอ.ยืนยันแพทย์ทำดีที่สุดแล้ว

   นางไพรวัลย์ อายุ 56 ปี ชาวบ้านวังหิน ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลัง รพ.ชุมแพ ทำการผ่าตัด น.ส.กาญจนาพร อายุ 22 ปี บุตรสาว จนเสียชีวิต ทิ้งหลานชายแรกเกิดให้ต้องกำพร้าแม่ และไม่ได้รับความรับผิดชอบจาก รพ.ดังกล่าวแต่อย่างใด

   ด้านนางไพรวัลย์ กล่าวว่า ผู้ตายซึ่งเป็นบุตรสาวได้ฝากครรภ์แบบพิเศษที่คลินิกแพทย์หญิงซึ่งเป็นแพทย์ประจำรพ.ชุมแพ โดยครบกำหนดคลอดที่รพ. วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทีมแพทย์ได้ตรวจสภาพเด็กภายในครรภ์พบว่า ทารกไม่กลับหัว ต้องทำการผ่าตัดทำคลอด แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ผ่าตัดทำคลอด พร้อมทีมพยาบาลอีก 3-4 คนโดยทำการพาลูกสาวเข้าห้องผ่าตัดในช่วงเช้าวันดังกล่าว ซึ่งการผ่าตัดคลอด แพทย์แจ้งว่าใช้วิธีบล็อคหลัง โดยหลังจากเข้ารับการผ่าตัดได้ไม่นาน พยาบาลก็ออกมาแจ้งกับครอบครัวว่า ลูกสาวหัวใจหยุดเต้น แต่ปั้มหัวใจฟื้นคืนมาแล้ว ส่วนทารกเป็นเพศชาย น้ำหนัก 2.8 กก. ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีแต่หลังจากผ่าตัดลูกสาวอาการไม่ดีขึ้น ต้องเข้าห้องไอซียู และเย็นวันเดียวกันได้ถูกส่งตัวไปทำการรักษาที่ รพ.ขอนแก่น แต่กว่าจะส่งตัวลูกสาวไปรักษาที่ รพ.ขอนแก่น โดยทำการพักรักษาตัวจนถึงวันที่ 8 มีนาคม ลูกสาวก็เสียชีวิตลง เมื่อสอบถามแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดได้รับคำตอบว่า เป็นเพราะแพ้ยาบล็อคหลัง แต่พอส่งตัวไป รพ.ขอนแก่น แพทย์ได้ นำตัวเข้าเอกซเรย์ ตรวจอย่างละเอียด พร้อมกับแจ้งว่า ลูกสาวเกิดอาการติดเชื้อในปอด จากสาเหตุของน้ำคล่ำแตก ไหลเข้ากระแสเลือดและเข้าสู่ปอด ซึ่งแพทย์ รพ.ขอนแก่น ได้ทำการดูแลรักษาอย่างดี แต่ปอดติดเชื้อไปหมดจนกระทั่งเสียชีวิตซึ่งเมื่อลูกสาวเสียชีวิต รพ.ขอนแก่นก็ทำการออกใบรับรองแพทย์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากภาวะน้ำคล่ำอุดตันเส้นเลือดที่ปอด ทำให้ครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้อย่างมาก จึงได้ไปหาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดอีกครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ เยียวยาบ้าง แต่แพทย์รายนี้ บอกเพียงว่าเข้าใจ แต่ไม่มีเงินให้ จึงได้มอบนมผงเด็กให้ 1 กล่อง ครอบครัวจึงไม่ขอรับ และเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเอาผิดกับทางโรงพยาบาล ซึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้น จึงออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม

   ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางแพทย์ทำการผ่าตัด เพื่อทำคลอด โดยขณะนั้นมารดาเกิดมีอาการถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด หรือทางการแพทย์เรียกว่าโรค เอ็มโบริซึ่ม (embolism) ซึ่งโรคนี้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้นกับมารดาระหว่างคลอด แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ยากที่จะรอดชีวิต ซึ่งทางแพทย์เมื่อทราบว่าเกิดอาการถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด ก็ได้ทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และได้เร่งช่วยชีวิตเด็กในครรภ์จนสามารถช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้ด้าน รพ. ยืนยันว่าได้ทำการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มดีขึ้นในขณะนั้น แต่เป็นเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ด้วยตัวของโรคเอ็มโบริซึ่ม ทั้งนี้ รพ.ชุมแพ และรพ.ขอนแก่น ได้ทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่าได้ทำถูกต้องตามกระบวนการแพทย์ภายใต้กฎหมายรองรับทุกอย่าง อย่างไรก็ตามสำหรับการเยียวยานั้น ผู้ป่วยรายนี้มีบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจะเป็นไปตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ รพ. ยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ แต่เกิดจากโรคเอ็มโบริซึ่ม หรือถุงน้ำคล่ำเข้ากระแสเลือด ที่มักจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ทำการคลอดทั้งแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด