ป.ป.ท. เผย พบพฤติกรรมส่อทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่บึงกาฬ หลังทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง

    นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 4 จ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. อย่างต่อเนื่องต่อจากการพบการทุจริตเงินดังกล่าวของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ตามแผนงาน ที่ ป.ป.ท.ได้รับคำสั่งจาก เลขาธิการ คสช ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ป.ป.ท.เขต 4

    ขณะนี้ได้ ดำเนินการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณกับศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ป.ป.ท.เขต 4 ประกอบด้วย ศูนย์ฯ จ.อุดรธานี,เลย,กาฬสินธุ์ ,บึงกาฬ,นครพนม,หนองคาย และ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งขณะยี้ ป.ป.ท.ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ทั้งหมดเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบ การใช้งบประมาณ และการดำเนินการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับชาวบ้านกลุ่มใดบ้าง แต่ละกลุ่มใช้เงินงบประมาณไปเท่าใด รวมทั้งตรวจสอบกับชาวบ้าน ตามรายชื่อที่ระบุในการเบิกจ่าย โดยผู้อำนวยการศูนย์ฯทุกศูนย์ต้องให้ความร่วมมือ เพื่อแสดงถึงการทำงานที่โปร่งใส”

    นายทองสุข กล่าวต่ออีกว่า ชุดสืบสวนสอบสวน จาก ป.ป.ท.กลาง และ ป.ป.ท.เขต 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ จ.บึงกาฬ ในเบื้องต้นแล้ว พบรายชื่อชาวบ้าน อยู่ในทุกกลุ่มที่มีชื่อรับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้รายละ 2000-3,000 บาท เป็นจำนวนมาก โดยรายละเอียดเบื้องต้น ไม่แตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ขอนแก่น ขณะนี้มีการตรวจสอบชัดเจนแล้วว่ามีหลายคนที่ไม่ได้รับเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งรายละเอียดบางอย่างไม่ข้อเปิดเผยเพราะอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนและอาจจะกระทบกับรูปคดี ทั้งนั้รายงานการสอบสวนทั้งหมด ได้รายงานต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และ เลขาธิการ คสช.ให้รับทราบตามลำดับแล้ว

งูเหลือม2ตัวกัดกันเลือดสาดแย่งตุ๊กตาหมี

    

   ชาวบ้านแจ้งศูนย์วิทยุปทุมธานีพบงูเหลือม2ตัวกัดกันเลือดสาดอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งรุดให้ความช่วยเหลือเมื่อเวลา 21.30น. วันที่ 16 ก.พ.2561 ศูนย์วิทยุปทุมธานีรับแจ้งมีประชาชนขอความช่วยเหลือช่วยจับงูเข้าไปภายในบ้าน ที่เกิดเหตุบ้านไม่มีเลขที่คลองสองลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานงานสมาชิก และอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยป่อเต็กตึ๊วพร้อมอุปกรณ์จับงูเข้ารุดไปให้ความช่วยเหลือ

…..ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ริมคลองพบงูเหลือมตัวใหญ่2ตัวกำลังรัดฟัดเหวี่ยงตุ๊กตาหมีสีขาว และกัดกันจนลำตัวงู2สองตัวเลือดสาดได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ต้องใช้ไม้ทำบ่วงคล้องคองูก่อนจะสามารถจับงูที่กำลังรัดกันจนแน่นออกได้ พบเป็นงูเหลือมตัวใหญ่ยาวประมาณ3เมตรทั้งสองตัวก่อนนำใส่กระสอบเพื่อนำไปปฐมพยาบาลและปล่อยคืนสู่แหล่งธรรมชาติ

    น.ส.จันทิมา รอดแจ้ง อายุ 22ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนเองพึ่งเลิกงานมาจากพนักงานปั้มNGVใกล้ๆกับบ้านที่ตนพัก ระหว่างนั้นน้องตนเองได้ยินเสียงแปลกๆที่หัวนอนเลยเรียกตนเองมาดูก็ต้องพบงูเหลืมขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัวรัดตุ๊กตาและกัดกันอยู่ ตนจึงรีบเข้าไปอุ้มหลานวัย 13ขวบออกมา เพราะเห็นว่านอนหลับอยู่บนที่นอน และหลังจากนั้นก็โทรแจ้งตำรวจเพื่อขอเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ จนสามารถจับกุมตัวได้.

….ขอบคุณที่มา: news.mthai.com

ร้านตัดผมเมืองกรุงเก่า ผุดไอเดียทำวอลเปเปอร์ติดผนังจาก ลอตเตอรี่ ชี้ เพื่อเป็นกุสุโรบายหวังเตือนใจเตือนสติประชาชน

  

  ร้านตัดผมเมืองกรุงเก่า ผุดไอเดียทำวอลเปเปอร์ติดผนังจาก ลอตเตอรี่ ชี้ เพื่อเป็นกุสุโรบายหวังเตือนใจเตือนสติเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าพบร้านตัดผมสุดแปลก นำลอตเตอรี่มาทำเป็นอเปเปอร์ติดเต็มร้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า ที่ร้านตัดผมชื่อร้าน หายห่วง บาร์เบอร์ ตั้งอยู่ ม.9 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา บรรยากาศหน้าร้านแต่งเรียบง่าย เป็นร้านตัดผมได้ทุกแนวทุกแบบ โดยเฉาะแนวสไตล์แนววินเทจ ที่พบว่าคนส่วนนิยมเดินทางมาตัดกันจำนวนมาก

….เมื่อเข้าไปในร้านพบเจ้าของร้าน หายห่วง บาร์เบอร์ ชื่อนายเกรียงไกร เม่นคล้าย อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของร้านตัดผมสุดแปลกร้านนี้ โดยภายในร้านตัดผมดังกล่าว เต็มไปด้วย ลอตเตอรี่  จำนวนนับพันใบ นำมาตกแต่งเป็นวอลเปเปอร์ เรียกเสียงฮือฮาให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการกันอย่างมากเลยที่เดียว

  นายเกรียงไกร เม่นคล้าย อายุ 45 ปี เล่าถึงเหตุผลที่นำลอตเตอรี่ทั้งหมดมาติดเป็นวอเปเปอร์ ว่า เพื่อเป็นกุสุโรบายไม่ต้องให้ผู้คนไปลุ่มหลงในการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง โดยตนเองนั้นซื้อและสะสมมากว่า 5 ปี แล้ว จากเริ่มแรกซื้อที่ละ 5 คู่ 10 คู่ 20 คู่ เรื่อยๆ มา มีทั้งถูกและไม่ถูก แต่ก็ไม่อยากให้คนไปลุ่มหลงเยอะ คนจะถูกซื้อมากซื้อน้อยก็ต้องถูก ซื้อตามกำลังของเราก็พอ และอีกทั้งพอผล ลอตเตอรี่ออกมาไม่ถูก คนก็มองว่าเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่หมดประโยชน์ ก็เลยตัดสินใจนำมาทำเป็นวอเปเปอร์ และจะกลายเป็นวอเปเปอร์ที่มีราคาแพงที่สุดอีกด้วยติประชาชน

     ขอบคุณที่มา: news.mthai.com

ยึดทรัพย์ผู้ต้องหา เจ้าของไอซ์ 560 กิโลกรัม พบฟอกเงินผ่านเมียน้อย 6 คน

   

…..ตำรวจภาค 5 ยึดทรัพย์บ้านภรรยาน้อยผู้ต้องหาเจ้าของไอซ์ 560 กิโลกรัม เผยเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ฟอกเงินผ่านภรรยาน้อย 6 คนพล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลัตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 72 / 2 หมู่บ้าร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งปลูกเป็นคฤหาสน์หรู มีสระว่ายน้ำ และเฟอร์นิเจอร์ ไม้สักอย่างดี มีรถยนต์หรูอีก 4 คัน

….และยังมีบ้านบริวารกลางน้ำ อาคารที่จอดรถ ห้องเก็บของ ในพื้นที่กว่า 3 ไร่ ของนาง วิไลพร บานเย็น อายุ 43 ปี ภรรยาคนที่ 4 ของนายธัญเทพ โปติ อายุ 52 ปี หรือ ดอย เจ้าของไอซ์ 560 กิโลกรัม ที่ตำรวจภาค 5 จับกุมได้ ที่บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อหลายวันก่อน ขณะเตรียมลักลอบ ส่งไปกับรถบรรทุกขนส่งสินค้าไปยังภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม โดยตรวจสอบหลักฐานทางการเงินและเอกสารจำนวนมาก และ อายัดไว้ทั้งหมด

   นอกจากนั้น ยังเข้าอายัดหอพัก ย่านชุมชนสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อีก 1 แห่ง เป็นหอพัก 3 ชั้น ขนาด 30 ห้อง รวมทั้งบ้านภรรยาคนสุดท้องคนที่ 6 ของนาย ธัญเทพ ในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อีก 1 หลัง รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทส่วนนายธัญเทพ โปติ ถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายจับและยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของนายธัญเทพ เชื่อว่ายังมีซุกซ่ออนอีกเป็นจำนวนมากในชื่อภรรยาอีกหลายคน

ขอบคุณที่มา: news.mthai.com

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 1 ปี น็อต กราบรถ รอลงอาญา 2 ปี

     ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคำสั่งจำคุก 1 ปี น็อต ธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล เจ้าของวลีกราบรถกู พร้อมให้รอลงอาญา2ปี  เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต อายุ 30 ปี ดารานักแสดง กับ นายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและข้อหาอื่น

    จากกรณีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกาย นายกิตติศักดิ์ หรือ บอย พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรตลิ่งชันบาดเจ็บ จากการขับรถเฉี่ยวชนกันบริเวณปาก ซ.เจริญกรุง 44 โดย นายธีร์ จำเลยที่ 1 ยังบังคับให้ผู้เสียหายกราบรถจนกลายเป็นวลีดังที่มีการพูดถึงในโลกออนไลน์คดีนี้ศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติด้วยเป็นระยะเวลา 4 ครั้ง ใน 1 ปี และให้ ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 1 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยในวันนี้ นายธีร์ เดินทางมาศาลพร้อมด้วยญาติและทนายความศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนสำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท บริเวณถนนเจริญกรุง ใกล้ห้างโรบินสัน บางรัก รถยนต์มินิคูเปอร์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ การเจรจาที่ใช้อารมณ์ทำให้ฝ่ายคู่กรณีที่ขับรถยนต์ใช้กำลังทำร้ายหนุ่มขี่จักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ

    ปรากฏว่าในเวลาต่อมา พบว่าชายที่ขับรถมินิคูเปอร์คือพิธีกรหนุ่ม “น็อต ธีร์” หรือ น็อต อัครณัฐ เรื่องราวจึงบานปลายเมื่อคลิปถูกแชร์สู่สังคมออนไลน์ ประเด็นนี้กลายเป็นคดีความ เมื่อต่างฝ่ายต่างแจ้งความดำเนินคดีกัน พร้อมกับให้ข้อมูลต่างมุมของแต่ละตัวเองกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ศาลอาญาฯ ได้สั่งพิพากษา น็อต ธีร์ และเพื่อน โทษจำคุก 2 ปี แต่ให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี พร้อมบำเพ็ญประโยชน์บริการสังคม 24 ชั่วโมง คุมความประพฤติ 1 ปี ก่อนจะเจรจาค่าเยียวยจำนวนเงิน 180,000 บาท ก่อนจะมีการยื่นในชั้นศาลอุทธรณ์และมีคำพิพากษาดังกล่าว

อดีตวิศวกรเตรียมมอบซากสัตว์ป่า ที่คุณตาสะสม 30 ปี เป็นสมบัติแผ่นดิน

     นายไตรภพ ทศธำรมย์ อดีตวิศวกรสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ‘ไอซ์ ไตรภพ’ พร้อมภาพซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด มีข้อความระบุว่าจำความได้ตั้งแต่เด็ก ผมไม่กล้าเข้าบ้านหรืออยู่บ้านคนเดียวก็เพราะสิ่งของเหล่านี้ที่แขวนอยู่บนผนังบ้าน มองไปทีไรเหมือนเป็นสุสานของความเศร้าแขวนอยู่บนผนังบ้านตลอดเวลา ดูยังไงก็มองไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งของล้ำค่าหรือเป็นของสวยงามแม้แต่น้อย

    จนผ่านมาถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับค่านิยมผิดๆที่ตาของผมสะสมไว้ในบ้านมาตลอด30ปี ตอนนี้ตาของผมเสียชีวิตไปแล้วครับ แต่ของเหล่านี้ยังอยู่เหมือนเดิม แม้ผมรู้ว่าวันเวลาผ่านไป สิ่งของเหล่านี้มันมีมูลค่ามากสำหรับคนบางคน ซึ่งมีคนติดต่อขอซื้อผมในราคาที่สูงก็ตาม ผมขอแสดงเจตนารมณ์ตรงนี้ว่า ผมไม่ขายหรือจำหน่ายสิ่งของเหล่านี้ไม่ว่ากรณีใดๆ ผมและคนในบ้านตั้งใจอยากหยุดค่านิยมผิดๆเหล่านี้ โดยผมพร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งมอบคืนซากสัตว์ป่าคุ้มครองเหล่านี้กลับคืนเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ในสาธารณะประโยชน์ด้านการศึกษาหรือเข้าสู่กระบวนการทำลายซากสัตว์ป่าคุ้มครองเหล่านี้ต่อไป

    ฝากทุกคนช่วยแชร์สิ่งนี้ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกดีๆให้กับคนรุ่นหลังและสังคมไทยด้วยนะครับ ช่วยกันยุติค่านิยมผิดๆที่คนรุ่นเก่ารุ่นแก่บางคนเคยสร้างกันมา ไม่ให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าหรือให้ความนิยมกับสิ่งของเหล่านี้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นการแก้ปัญหาจากต้นเหตุอย่างยั่งยืน แม้บางคนอาจจะคิดว่าเป็นทฤษฎีลมๆแล้งก็ตาม แต่เมื่อคนไม่มีค่านิยมเหล่านี้ ก็ย่อมไม่มีความต้องการ เมื่อไม่มีความต้องการ ก็ย่อมไม่มีการล่า เมื่อไม่มีการล่า ก็ย่อมไม่มีการสูญเสีย เมื่อไม่มีการสูญเสีย ก็ย่อมไม่เกิดการสูญพันธุ์ สัตว์ไม่ควรสูญพันธุ์ คนทำชั่วที่ไม่กล้ายอมรับผิดต่างหากที่ควรสูญพันธุ์

    เมื่อคนรุ่นหลังมีจิตสำนึกที่ดีขึ้นแล้ว หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าผู้เสียสละทุกท่านจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก(เกินค่าแรง) ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องท้อถอยในอาชีพ และมีแรงกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผืนป่าจากน้ำมือคนชั่ว(ที่มันเหลือน้อยและใกล้จะสูญพันธุ์)ต่อไป ฝากกำลังใจให้กับคนดีที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมทั้งอยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังนะครับ ที่ทำดีเป็นต้นแบบโดยไม่เกรงผลกระทบหรืออธิพลใดๆ ขอบคุณที่เสียสละทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรของชาติอย่างสุดความสามารถ ผมคงทำหน้าที่ของประชากรไทยได้ดีที่สุดได้เพียงเท่านี้ ด้วยความเคารพอย่างสูง / ไอซ์ ไตรภพ (อดีตวิศวกรสิ่งแวดล้อมไทย)’

ตำรวจนำตัว 6 โจ๋ รุมกระทืบ ตำรวจ ทำแผนกลางดึก ชาวบ้านแห่ดูโฉมหน้าก่อนกรูรุมประชาทัณฑ์

    จากกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายดาบตำรวจสมใจ คงมาลายู เจ้าหน้าตำรวจ สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 11 ก.พ.2561 ขณะที่ ด.ต.สมใจ คงมาลายู ตำรวจจร.สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังขับรถกลับห้องพักใกล้เคียงกับร้านสะดวกซื้อ บริเวณสี่แยกโคกมะลิ ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

     ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ทั้งหมดโดยอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมื่อเวลา 22.00 น.วันเดียวกัน บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยนำตัว 6 โจ๋ได้แก่ 1.นายกิตติศักดิ์ สุขวิชัย 22 ปี 2.นายวรุฒน์ ศิลปสุข 25 ปี 3.นายณัฐวุฒิ กังวลทรัพย์ 26 ปี 4.นายณัฐวุฒิ เกิดสมบูรณ์ 24 ปี 5.นายเตวิช แสงบุญไทย 18 ปี 6.นายพิชิตชัย เจริญฤทธิ์ 24 ปี พร้อมตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส

     บรรยากาศเป็นไปท่ามกลางความโกรธแค้น เนื่องจากดาบตำรวจสมใจ คงมาลายู ตำรวจจร.สภ.นครหลวง เป็นคนนิสัยดี ตรงไปตรงมา เป็นที่รัก มักคุ้นของคนในชุมชนระแวกดังกล่าว หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแผนเสร็จกำลังจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถ ชาวบ้านที่มารอดูหน้ากลุ่มผู้ต้องหา ต่างกรูเข้าไปรุม ประชาทัณฑ์ ด้วยความโกรธแค้น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวทั้งหมดขึ้นรถตำรวจที่จอดรอยู่ออกไปอย่างทุลักทุเล

       ขอบคุณที่มา :  news.mthai.com

 

ยกมือไหว้ขอโทษหน้ากล้องวงจรปิด ทิ้งโน้ตวอนอย่าแจ้งความ

    โจรเดินมาเข้าไปหยิบซองบุหรี่ไม่ถึง 5 นาทีรีบเดินเอามาวางคืนพร้อมถึงโน้ตอย่าแจ้งความ ด้านเจ้าของร้านเผยไม่ติดใจเอาความเห็นว่าสำนึกผิด
ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน 19th บาร์ แอนด์ กริลล์ ในตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะชายวัยรุ่นคนหนึ่งสวมเสื้อกันหนาวแบบฮู้ด สวมกางเกงขาสั้นเดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนตรงมายังโต๊ะที่อยู่ด้านในเพื่อหยิบซองบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินออกไปจากร้าน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 02.56 น. (วันที่ 10 กุมภาพันธ์)

     

     แต่เวลาผ่านไปเพียง 5 นาที ( 03.01 น.) ชายหนุ่มรายนี้ก็เดินย้อนกลับมาภายในร้าน แล้วนำซองบุหรี่พร้อมกระดาษโน้ตมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะยกมือไหว้หน้ากล้องวงจรปิดถึง 2 ครั้ง จากนั้นชายหนุ่มรายนี้ก็เดินหันหลังกลับออกไปทันทีต่อมารุ่งเช้าเจ้าของร้านและพนักงานได้เดินทางมายังร้านจึงเหตุโน้ตที่วางอยู่บนโต๊ะ เขียนข้อความ “อย่าแจ้งตำรวจเลยผมแค่เห็นซองบุหรี่เลยเข้าไปดู ผมขอโทษนะครับที่ทำแบบนี้ อย่าแจ้งตำรวจเลยขอนะครับ ขอร้อง” จึงรีบไปเปิดดูกล้องวงจรปิดก็เห็นพฤติกรรมของชายหนุ่มซึ่งเป็นโจรกลับใจรายนี้ จนสร้างความแปลกใจให้กับเจ้าของร้านและพนักงาน

    ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของคลิปที่นำภาพมาโพสต์ ได้รับคำตอบว่า ที่นำคลิปมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพราะต้องการเตือนสติคนที่ริอยากเป็นโจรเข้ามาขโมยของภายในร้าน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีโจรเข้ามาขโมยกระถางต้นไม้ไป ส่วนโจรร้ายนี้คาดว่าน่าจะเห็นว่าร้านติดกล้องวงจรปิดจึงกลับใจไม่ขโมยของ แถมยังยกมือไหว้ขอโทษผ่านกล้อง และเขียนโน้ตขอร้องไม่ให้แจ้งความด้วย ซึ่งทางร้านก็ไม่ติดใจเอาความ เพราะถือว่าสำนึกผิด

ตร.เตรียมสอบ นพดล 15ก.พ.นี้ ปมประสานเข้าอุทยานฯคณะเปรมชัย

     ปทส.หมายเรียก “นพดล” เข้าพบ 15 ก.พ.นี้ จี้ปมประสานเข้าอุทยานฯคณะ “เปรมชัย” รับยังไม่ติดต่อไม่ได้ แต่เชื่อไม่หลบหนี ชี้แค่เป็นพยาน
พ.ต.อ.ทัศนภูมิ จารุปรัช รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ (รอง ผบก.ปทส.) เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ได้มีหมายเรียกให้ นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เข้าให้ปากคำในวันที่ พฤสบดี15 ก.พ.นี้ หลังถูกพาดพิงเกี่ยวข้องกับการขอเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกของ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและ กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกผู้ต้องหาล่าสัตว์ป่าสงวน โดยพนักงานสอบสวน ปทส.จะสอบปากคำนายนพดล ตั้งแต่ประวัติการรับราชการ / ปัจจุปันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของ นายเปรมชัย หรือไม่ / ประสานงานขั้นตอนการเข้าอุทยานฯกับใคร / มีการแจ้งวัตถุประสงค์การเข้าไปอย่างไร รวมถึงมีค่าตอบแทนหรือไม่

         

     แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ แต่หากวันที่ 15 ก.พ.นี้ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนก็จะมีการออกหมายเรียกอีกครั้ง และหากไม่มาก็จะมีการออกหมายจับต่อไป แต่เบื้องต้น เชื่อว่า นายนพดล เป็นพยานในคดีไม่ใช่ผู้ต้องหาจึงเชื่อว่าไม่น่าจะหลบหนี แต่หากมีการหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทางพนักงานสอบสวนก็มีขั้นตอนในการดำเนินคดีตามกฏหมายอยู่แล้ว

    ส่วนนายเปรมชัย ทาง ปทส.ส่วนกลางยังไม่มีประเด็นที่ต้องสอบเพิ่ม ส่วนกรณีงาช้าง 2 คู่ที่ ตรวจยึดจากบ้านพักของ นายเปรมชัย ขณะนี้กรมอุทยานฯยังไม่รายงานผลการตรวจ DNA มาให้ทาง ปทส.คาดว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจรถ ในช่วงเวลาที่ นายเปรมชัย และพวกเข้าพื้นที่ เพื่อสอบสวนว่าเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ลุงเมานอนตายท้ายรถ เพื่อนไม่รู้ขับพาศพเข้าบ้านมาตั้งแต่อุดรฯจนถึงหนองคาย

 


    วันที่ 8 ก.พ. ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิตร รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย รับพบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่บนหลังรถกระบะที่จอดอยู่หน้า บ้านเลขที่ 97 หมู่ 4 ซอยไร่ยาสูบ ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคาย แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยวีอาร์กู้ภัยหนองคาย

    ที่เกิดเหตุพบศพนายสนิท บุญค้ำ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 14 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา สภาพสวมเสื้อยืดสีแดง สวมกางเกงขาสั้น นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอนหลังรถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ยค 1772 นครราชสีมา แพทย์ชันสูตรไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลถูกทำร้ายร่างกาย ระบุเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

    สอบสวนนายไพบูลย์ ศรีใสยา อายุ 46 ปี เจ้าของรถกระบะ ให้การว่าตนกับผู้ตายและเพื่อนอีก 1 คนมีอาชีพเร่ขายที่นอน ปกติผู้ตายชอบดื่มเหล้าเป็นประจำก่อนเสียชีวิตเดินทางกลับจากตระเวนขายที่นอนต่างจังหวัด โดยผู้ตายดื่มเหล้าและนอนมาหลังกระบะ มีผ้าห่มผืนบางๆห่มคลุม ตอนจอดเข้าปั้มที่อุดรธานียังคุยกันอยู่ แต่มาพอมาถึงบ้านไม่เห็นลงจากรถ เพื่อนอีกคนหนึ่งเดินไปเรียกถึงพบว่าเสียชีวิตแล้วเบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนให้ญาติรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป