นักกอล์ฟโดนไล่ตะเพิดพ้นสนามไดร์ฟ ตร.ช่วยเจรจา

   นักกอล์ฟถูกโปรตะเพิดพ้นสนามไดร์ฟชื่อดัง ย่านแสนภูดาษ ต่างฝ่ายต่างเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยจนยอมแยกย้ายจากกันไป เหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวที่เคยเป็นนายจ้างและลูกจ้างระหว่างกันมาก่อน

   เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (24 มี.ค.) นายอภิมุข อายุ 22 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ ธนพศุตม์กุล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากถูก นายบรรจง อายุ 58 ปี โปรกอล์ฟ ผู้ดูแลสนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.แสนภูดาษ ใกล้เคียงกับโรงพัก สภ.แสนภูดาษ ไล่ออกมาจากสนามไดร์ฟกอล์ฟดังกล่าวต่อหน้าเพื่อนนักกอล์ฟจำนวนมาก ขณะที่กำลังเข้ามาใช้บริการนายอภิมุข กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานอยู่ภายในสนามกอล์ฟแห่งนี้มาก่อน แต่ได้ลาออกมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว เพราะได้งานที่ใหม่ โดยในวันนี้ตนได้เดินทางเข้ามาเพื่อไดร์ฟกอล์ฟ ซ้อมวงสวิง เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าแข่งขันในรายการที่จะมีการจัดขึ้นในท้องถิ่น วันที่ 9 เมษายนนี้แต่ในระหว่างที่นั่งพูดคุยอยู่กับเพื่อนในสนาม ได้ถูก นายบรรจง ซึ่งเป็นโปรกอล์ฟที่ดูแลสนามแห่งนี้เข้ามาไล่ให้ออกไปจากสนามต่อหน้านักกอล์ฟคนอื่นๆ ที่กำลังเข้ามาใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ตนเองนั้นได้เข้ามาใช้บริการแบบลูกค้าทั่วไปและจ่ายเงินค่าใช้บริการเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆ ทั่วไป ตนจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมกับตนจึงอยากเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ในฐานะผู้บริโภค

   ขณะเดียวกัน ในเวลาต่อมา นายบรรจง ผู้ดูแลสนามไดร์ฟกอล์ฟดังกล่าวนั้น ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน โดยกล่าวหาว่า นายอภิมุข พูดจาข่มขู่ตนเองในลักษณะท้าทายให้มาเจอกันที่หน้าสนามกอล์ฟดังกล่าวนายบรรจง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเชิญ นายอภิมุข ออกไปจากสนามนั้น เนื่องจากนายอภิมุข ได้เข้ามานั่งดื่มเบียร์และชักชวนลูกน้องตนนั่งดื่มด้วย ในขณะที่ยังทำงานพร้อมพูดคุยส่งเสียงดัง อีกทั้งยังนั่งด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพด้วยการนำเท้าขึ้นมาพาดอยู่บนขอบโต๊ะในสนามไดร์ฟ ท่ามกลางสายตาของลูกค้ารายอื่นๆ ตนจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เหมาะสมจึงได้ให้พนักงานในสนามเข้าไปเชิญตัวออกไปจากสนามร.ต.อ.พงศ์พิเชษฐ กล่าวว่า จากการพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยสอบถามกันแล้ว กรณีนี้สามารถตกลงกันได้ โดยเหตุที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีการใช้กำลังในการทำร้ายร่างกายกัน และยังเคยเป็นนายจ้างลูกจ้างกันมาก่อน ซึ่งเคยมีปัญหาส่วนตัวกันมาอยู่บ้างหลังจากที่ทำการพูดคุยกันแล้ว นายอภิมุข ได้รับปากว่าจะไม่กลับเข้ามายังที่สนามไดร์ฟกอล์ฟแห่งนี้อีก พร้อมกับขอเงินค่าใช้บริการที่จ่ายไป โดยที่ยังไม่ได้ตีลูกกอล์ฟคืน ส่วนนายบรรจงนั้นก็ได้ยินยอมที่จะคืนเงินให้แก่นายอภิมุข ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากตกลงกันได้จึงได้ให้ทั้งสองฝ่ายทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไป